CRET (Computer Emergency Response Team)
- Organization responsible for various viruses, including email sever.
- องค์การที่รับผิดชอบเกี่ยวกับไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้งบริการส่งอีเมล์ (e-mail) เตือนภัยต่างๆทั้ง
ไวรัสจริงและไวรัสปลอม
CIAC (Computer Incident Adcisory Capability )
- Unit of the United States are responsible for a virus on your computer with real player and lone liness
as well as instructions concerning events in the field of computer.
- หน่วยงานหนึ่งในอเมริกาที่รับผิดชอบเกี่ยวกับรายชื่อไวรัสในคอมพิวเตอร์ที่มีจริง
รวมทั้งคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในคอมพิวเตอร์
วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วิชาฐานข้อมูล
การบ้าน บทที่ 1 ประจำวันที่ 10 พ.ย 53
1.จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
2.โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
3.การเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล มีข้อจำกัดอย่างไร จงอธิบาย
4.ฐานข้อมูลคืออะไร และยกตัวอย่างฐานข้อมูลที่นักศึกษารู้จักมา 2 ระบบ
5.ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเก็บข้อมูลในแฟ้มข้อมูลอย่างไร
- 1.หลีก เลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล โดยข้อมูลเรื่องเดียวกันอาจมีอยู่หลายแฟ้มข้อมูล ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งของข้อมูลได้ ( Inconsistency )
6.ระบบจัดการฐานข้อมูล(DBMS) คืออะไร มีส่วนสำคัญต่อฐานข้อมูลอย่างไร
7.ยกตัวอย่างฐานข้อมูลกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
- รายการชำระค่าหอ มีการบัทึกข้อมูลฐานข้อมูล
รายชื่อพนักงาน มีการบันทึกข้อมูลไปยังฐานข้อมูล
1.จงสรุปแนวคิดในการจัดการข้อมูลจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
- การจัดการข้อมูลเริ่มจากการบันทึกข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นการบันทึกข้อมูลลงกระดาษหรือสมุด เพื่อช่วยในการจดจำ แต่เมื่อมีข้อมูลเพิ่มขึ้น รูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลก็เปลี่ยนไปให้มีระบบระเบียบมากขึ้น โดยมีการบันทึกข้อมูลลงแฟ้มเอกสารต่างๆ ที่จัดไว้เป็นหมวดหมู่ และมีการพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยจัดเก็บเป็นแฟ้มข้อมูลเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถอ่านข้อมูลจาก แฟ้มนั้นได้
2.โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
- 1. Bit ประกอบด้วยเลขฐานสอง ใช้แทนค่าหน่วยที่เล็กที่สุดของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ จะมีอยู่เพียงสองสถานะ คือ 0 หรือ 1
2. Byte ประกอบด้วยจำนวน Bit เช่น 1 ไบต์มี 8 บิต เพื่อสร้างรหัสแทนข้อมูล เช่น ตัวอักษรคือ 01001010 J
3. Field คือ การนำตัวอักษรมารวมกันเพื่อให้เกิดความหมาย เช่น STD_NAME เป็นฟิลด์ที่ใช้เก็บชื่อนักศึกษา
4. Record คือ กลุ่มของ Field ที่สัมพันธ์กัน เช่น record ของนักศึกษา ประกอบด้วย field รหัส นศ., ชื่อ-นามสกุล, วิชาที่ลง,เกรดที่ได้
5. File คือ กลุ่มของ Record ที่สัมพันธ์กัน เช่น แฟ้มประวัตินักศึกษาประกอบด้วย record ของนักศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย
- 1.เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
2.เกิดความขัดแย้งของข้อมูล
3.ข้อมูลขาดมาตรฐาน
4.เกิดข้อจำกัดของการใช้ข้อมูลร่วมกัน
ยุ่งยากในการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเมื่อโครงสร้างแฟ้มข้อมูลเปลี่ยนแปลง
4.ฐานข้อมูลคืออะไร และยกตัวอย่างฐานข้อมูลที่นักศึกษารู้จักมา 2 ระบบ
- คือ กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐาน ข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กร
ตัวอย่าง
- ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (RELATIONAL DATABASE)
เป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นตาราง (Table) หรือเรียกว่า รีเลชั่น (RELATION) มีลักษณะเป็น 2 มิติ คือเป็นแถวและเป็นคอลัมน์ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตารางจะเชื่อมโยงโดยใช้แอททริบิวต์ (ATTRIBUTE) หรือคอลัมน์ที่เหมือนกันทั้งสองตารางเป็นตัวเชื่อมโยงข้อมูล
- ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย (Network Database)
ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย จะเป็นการรวมระเบียนต่าง ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างระเบียนแต่จะต่างกับฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ คือ ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะแฝงความสัมพันธ์เอาไว้ โดยระเบียนที่มีความสัมพันธ์กัน จะต้องมีค่าของข้อมูลในแอททริบิวต์ในแอททริบิวต์หนึ่งเหมือนกันแต่ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย จะแสดงความสัมพันธ์อย่างชัดเจน โดยแสดงไว้ในโครงสร้าง
- 1.หลีก เลี่ยงความขัดแย้งของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลแบบแฟ้มข้อมูล โดยข้อมูลเรื่องเดียวกันอาจมีอยู่หลายแฟ้มข้อมูล ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งของข้อมูลได้ ( Inconsistency )
2. สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ฐานข้อมูลเป็นการจัดเก็บข้อมูลรวมไว้ด้วยกัน เมื่อผู้ใช้ต้องการข้อมูลจากฐานข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากแฟ้มข้อมูลที่แตกต่างกันจะทำได้ง่าย
3. สามารถลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแฟ้มข้อมูล อาจทำให้ข้อมูลประเภทเดียวกันถูกเก็บไว้หลาย ๆ แห่ง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนได้
4. รักษาความถูกต้อง ฐานข้อมูลบางครั้งอาจมีข้อผิดพลาดขึ้น เช่น การป้อนข้อมูลผิด ซึ่งระบบการจัดการฐานข้อมูล สามารถระบุกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
5. สามารถกำหนดความเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ เพราะในระบบฐานข้อมูลจะมีกลุ่มบุคคลที่คอยบริหารฐานข้อมูล กำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะเดียวกัน
6. สามารถกำหนดระบบความปลอดภัยของข้อมูลได้ ผู้บริหารระบบฐานข้อมูลสามารถกำหนดการเรียกใช้ข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคนให้แตกต่างกันตามหน้าที่ ความรับผิดชอบได้ง่าย
7. ความเป็นอิสระของข้อมูลและโปรแกรม โปรแกรมที่ใช้ในแต่ละแฟ้มข้อมูลจะมีความสัมพันธ์กับแฟ้มข้อมูลโดยตรง ถ้าหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูลก็ทำการแก้ไขโปรแกรมนั้น ๆ
- เป็น กลุ่มโปรแกรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในระบบติดต่อระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล เพื่อจัดการและควบคุมความถูกต้อง ความซ้ำซ้อน และความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลต่างๆ ภายในฐานข้อมูล ซึ่งต่างจากระบบแฟ้มข้อมูลที่หน้าที่เหล่านี้จะเป็นหน้าที่ของโปรแกรมเมอร์ ในการติดต่อกับข้อมูลในฐานข้อมูล
7.ยกตัวอย่างฐานข้อมูลกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
- รายการชำระค่าหอ มีการบัทึกข้อมูลฐานข้อมูล
รายชื่อพนักงาน มีการบันทึกข้อมูลไปยังฐานข้อมูล
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)